UGR กับแสง “บาดตา”

เคยไหม เปิดไฟแล้วรู้สึกเหมือนโดนแฟลชอัดใส่หน้าทั้งที่อยู่ในห้องประชุม หรือเดินเข้าร้านแล้วต้องหยีตาเหมือนเจอแสงจากดวงอาทิตย์
นั่นแหละ! ปัญหาแบบนี้มักเกิดจาก “UGR” ที่สูงเกินไป

 

แล้ว UGR มันคืออะไรล่ะ?

UGR ย่อมาจาก Unified Glare Rating หรือพูดง่าย ๆ คือ “ค่าประเมินแสงบาดตา” นั่นเอง
มันเป็นตัวเลขที่เอาไว้บอกว่า แสงจากโคมไฟในห้องนั้น “แสบตา” แค่ไหน
โดยค่านี้จะขึ้นอยู่กับความสว่างของหลอดไฟ, การสะท้อนของพื้นผิวในห้อง, และตำแหน่งที่เรานั่งมองแสง

 

มาตรฐาน UGR ควรอยู่เท่าไหร่ดี?

ค่ามาตรฐานของ UGR ไม่ได้มีค่าเดียวตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องและการใช้งาน เช่น

 

พื้นที่ใช้งาน

 

ค่ามาตรฐาน UGR ที่แนะนำ

 

ห้องทำงาน, ห้องเรียน

≤ 19

ห้องประชุม, ห้องอ่านหนังสือ

≤ 19

ห้องโถง, โถงทางเดิน

≤ 22

โรงงานหรือโกดังทั่วไป

≤ 25

พื้นที่ตกแต่ง, ร้านอาหาร

≤ 28

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งตัวเลข น้อย แสงก็ยิ่ง นุ่มนวลสบายตา แต่ถ้า UGR พุ่งสูง เตรียมตัวหยีตาได้เลย

 

ถ้า UGR สูง จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรา?

แสงที่ “บาดตา” ไม่ได้ทำให้เรารำคาญเฉย ๆ แต่ยังส่งผลกับร่างกายหลายอย่างเลย เช่น

  • ปวดตา และรู้สึกตึงกล้ามเนื้อตา

  • ปวดหัว จากการเพ่งบ่อย ๆ

  • อารมณ์เสียง่าย (เพราะใครจะชอบนั่งในห้องที่เหมือนมีไฟหน้ารถจ่อหน้าอยู่ตลอดเวลา?)

  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เพราะสมองมัวแต่พยายามปรับสายตาให้ชินกับแสง

เรียกได้ว่า UGR สูง ๆ ไม่ต่างจากการนั่งประชุมใต้ไฟสปอตไลต์ในรายการประกวดเลยทีเดียว

แล้วจะแก้ยังไงดี?

  • เลือกใช้ โคมไฟที่ออกแบบมาควบคุมแสงบาดตา เช่น มี diffuser หรือโครงสะท้อนแสงที่ดี

  • ปรับตำแหน่งไฟ ไม่ให้ส่องตรงเข้าหน้า

  • ใช้ สีผนังและพื้น ที่สะท้อนแสงพอดี ไม่มันวาวเกินไป

  • และแน่นอน…เวลาออกแบบไฟ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณค่า UGR ให้เหมาะกับพื้นที่ตั้งแต่ต้น

สรุปง่าย ๆ

  • UGR คือค่าที่บอกว่าแสง “แสบตา” แค่ไหน

  • ค่ายิ่งต่ำ แสงยิ่งสบายตา

  • ถ้า UGR สูงเกินไป เราอาจทั้งปวดตา ปวดหัว และเสียอารมณ์ได้

  • ดังนั้นอย่าเลือกไฟแค่ “สว่างดี” อย่างเดียว…ต้อง “ไม่แสบตา” ด้วย!

แสงที่ดี ไม่ใช่แค่ “มองเห็นได้” แต่ต้อง “มองแล้วรู้สึกดี” ด้วยนะ

Featured Knowledge