LED light fixtures for your signature projects.
ปัจจุบัน โคมไฟ LED กลายเป็นมาตรฐานของการส่องสว่าง หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญที่สุดที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อนคือ “ชิป LED” ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้โคมไฟ LED ให้แสงสว่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่พื้นฐานว่า ชิป LED คืออะไร ทำงานอย่างไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และพัฒนามาถึงขั้นไหนแล้ว
ในยุคที่เทคโนโลยีไฟส่องสว่างพัฒนาอย่างรวดเร็ว “ระบบเซนเซอร์สำหรับโคมไฟ LED” กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวก ประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานของโคมไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในอาคารสำนักงาน บ้านพัก รวมถึงพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ
ตุณอาจจะรู้จักค่าอุณหภูมิสี (CCT) อย่าง “3000K”, “4000K”, “6500K” ที่อยู่ในสเปกของสินค้าดีอยู่แล้ว แต่คุณรู้ไหมว่าบางครั้งไฟที่ระบุว่า 4000K เหมือนกัน กลับให้สีไม่เหมือนกันเป๊ะ มันเกิดจากอะไรล่ะ?
พอเปิดสเปกของโคมไฟ LED ทีไรก็มักจะเจอคำศัพท์ที่ดูเท่แต่ฟังแล้วงงมากมาย วันนี้เราจึงชวนให้คุณรู้จักศัพท์เทคนิคที่ควรรู้ทั้งหมด รับรองว่าอ่านจบแล้ววางSpecโคมเป็นแน่นอน
“ระบบควบคุมแสง” หลายคนอาจนึกถึงแค่สวิตช์หรี่ไฟหมุนๆ หรือรีโมทปรับแสง แต่ในความจริงแล้ว โลกของ Lighting Control มันไปไกลกว่านั้นมาก
เชื่อไหมครับว่ามีคนไม่น้อยเลยที่กังวลว่า “ไฟ LED” ที่เปิดอยู่ในบ้าน หรือในตู้โชว์ของสะสมสุดรัก จะมี UV แฝงอยู่ และทำให้ของซีด เหลือง หรือกรอบไปเรื่อย ๆ แต่ก่อนจะรีบดับไฟหนี ลองมานั่งคุยกันดี ๆ สักนิดครับ เพราะความจริงของเรื่องนี้ “มีมูลอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นน่ากลัวขนาดนั้น”
การที่ตอนเช้าเรามักรู้สึกสดชื่น แต่พอตกค่ำก็เริ่มง่วงแบบอัตโนมัติ นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือผลงานของสิ่งที่เรียกว่า “Circadian Rhythm” หรือ นาฬิกาชีวิต ของมนุษย์นั่นเอง
เวลาพูดถึงแสงไฟ LED คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเรื่อง “ความสว่าง” หรือ “ประหยัดไฟ” ก่อนเป็นอันดับแรก แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไป ทั้งที่มันส่งผลต่อร่างกายแบบไม่รู้ตัวเลย นั่นก็คือ “Ripple” หรือ “การกระพริบของแสง”
คุณน่าจะเคยสังเกตเห็นอะไรแปลกๆ เช่น เปิดไฟ LED แล้วรู้สึกว่ามันกระพริบแปลก ๆ ทั้งที่ของใหม่กิ๊ก หรือบางครั้งไฟทั้งห้องดันสว่างไม่เท่ากันเหมือนมีใครแอบปรับหรี่ไว้? บางทีมันอาจไม่ใช่ปัญหาที่หลอดไฟหรอก — แต่เป็นเพราะ “THD” นี่แหละ ตัวการตัวจริง!
เคยไหม เปิดไฟแล้วรู้สึกเหมือนโดนแฟลชอัดใส่หน้าทั้งที่อยู่ในห้องประชุม หรือเดินเข้าร้านแล้วต้องหยีตาเหมือนเจอแสงจากดวงอาทิตย์ นั่นแหละ! ปัญหาแบบนี้มักเกิดจาก “UGR” ที่สูงเกินไป
คุณเคยเดินเข้าห้องแล้วต้องหรี่ตาทันทีไหม? หรือเปิดโคมไฟบนโต๊ะทำงานแล้วรู้สึกว่าแสงมัน “แทงตา” จนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง? ถ้าใช่…นั่นแหละคือ “แสงบาดตา” ตัวการตัวเล็ก ๆ ที่ทำให้หลายคนปวดหัวโดยไม่รู้ตัว